สีผมไม่ใช่แค่บริการ แต่คืออีกหนึ่งวิธีที่บอกความเป็นตัวคุณ ที่ Oilly Hair Salon ย่านสาทร กรุงเทพฯ สิ่งที่ทำให้ลูกค้าจำเราได้เสมอคือสีผมที่สวย อยู่ทน และออกมาพอดีกับลุคที่คุณต้องการ จะชอบแบบธรรมชาติละมุน ๆ หรืออยากให้เด่นชัดแบบมีคาแรกเตอร์ก็ได้ค่ะ ไม่ว่าคุณจะมาหาเราเพื่อแก้สีผมที่พลาด เติมมิติให้ผมดูสว่างขึ้น เปลี่ยนลุคแบบชัดเจน หรืออยาก blend ผมหงอกให้ดูสวยแบบเป็นธรรมชาติ ช่างของเราพร้อมดูแลด้วยทั้งฝีมือ ประสบการณ์ และเซนส์ด้านสีผมอย่างมืออาชีพ
บริการสีผมของเรา
- เชี่ยวชาญด้าน hair highlights, balayage, การกลบผมหงอก และ การแก้สีผม
- ผสมสูตรสีแบบเฉพาะบุคคล ไม่มีลูกค้าคนไหนได้สูตรเดียวกัน
- ใช้ผลิตภัณฑ์ระดับโปรที่อ่อนโยนและให้ความสำคัญกับสุขภาพผม
- มี Keratin และทรีตเมนต์บำรุงลึกเสริมให้เมื่อจำเป็น
- ช่างสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี พร้อมดูแลลูกค้าต่างชาติอย่างสบายใจ
- ร้านอยู่สาทร กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกจากสีลม อโศก พระราม 3 และเย็นอากาศ
- ได้รับคำแนะนำ 100% บน Google Reviews
บริการไหนเหมาะกับคุณ?
การเลือกบริการทำสีผมที่ใช่ ขึ้นอยู่กับสภาพผมตอนนี้ ผลลัพธ์ที่คุณอยากได้ และระดับการดูแลต่อเนื่องที่คุณโอเคค่ะ ด้านล่างนี้คือไกด์ง่าย ๆ ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดขึ้น
Color Correction เหมาะกับคนที่ทำสีมาก่อนแล้วผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่หวัง ไม่ว่าจะเจอโทนติดส้ม ติดเหลือง สีด่าง โคนสีเพี้ยน หรือได้สีที่ทำแล้วรู้สึกไม่ใช่ การแก้สีผมคือคำตอบค่ะ งานแบบนี้ต้องอาศัยช่างที่มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนแก้ทีละขั้น เพื่อพาผมกลับมาในทิศทางที่ถูกต้องโดยไม่ทำร้ายเส้นผมเพิ่ม และต้องบอกตรง ๆ ว่านี่ไม่ใช่งานที่จบในสเต็ปเดียวเสมอไปนะคะ ถ้าปัญหาค่อนข้างซับซ้อน อาจต้องใช้มากกว่าหนึ่งเซสชันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Highlights เหมาะมากถ้าคุณอยากเพิ่มมิติและความสว่างให้ผมแบบมีตำแหน่งชัดเจนและดูเนี้ยบ Highlights แบบฟอยล์จะช่วยสร้างช่อสีอ่อนที่กระจายทั่วเส้นผมอย่างเป็นระเบียบ จะเลือกแบบเส้นเล็กละเอียดให้ได้ลุค sun-kissed ธรรมชาติ หรือเลือกเส้นชัดขึ้นเพื่อเพิ่มคอนทราสต์ก็ได้ค่ะ Highlights เข้ากับผมได้แทบทุกประเภทและทุกความยาว แถมตอนสีขึ้นใหม่ก็ยังดูสวย มีเส้นต่อที่สะอาดตากว่าโคนชัดแข็ง ๆ
Balayage เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากถ้าคุณชอบลุคธรรมชาติ ดูสวยแบบไม่ต้องพยายาม ต่างจาก Highlights แบบดั้งเดิมตรงที่ Balayage จะเป็นการเพนต์สีด้วยมือลงบนเส้นผมเป็นแนวไล่ ทำให้สีจากโคนเข้มไปปลายอ่อนดูนุ่มและต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะเหมือนผมโดนแดดแล้วสว่างขึ้นเองตามธรรมชาติ Balayage เลยเป็นเทคนิคยอดฮิตมาก เพราะดูแลง่ายและปล่อยขึ้นใหม่ได้สวย ทำให้ไม่ต้องเข้าร้านบ่อยเท่า Highlights แบบฟอยล์
Grey Blending ออกแบบมาสำหรับคนที่เริ่มมีผมหงอกและอยากให้ผมหงอกดูกลืนสวยขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องปิดทึบทั้งหัวแบบแน่น ๆ แทนที่จะซ่อนผมหงอกทั้งหมด เทคนิคนี้จะ blend ให้เข้ากับโทนสีแฟชั่นที่ดูทันสมัย เช่น mocha ash, beige blonde หรือ soft caramel ผลลัพธ์จะดูมีมิติ เป็นธรรมชาติ และเพราะ Grey Blending ทำงานไปกับผมหงอกเดิมของคุณ ไม่ได้ฝืนมัน ตอนผมขึ้นใหม่เลยดูเนียนและดูแลง่ายกว่ามากค่ะ
มาทำสีผมที่ร้านแล้วจะเจออะไรบ้าง
ไม่ว่าคุณจะเพิ่งมาที่ Oilly Hair Salon ครั้งแรก หรือกลับมารีเฟรชสีผมอีกครั้ง นี่คือภาพรวมของขั้นตอนการทำสีผมที่ร้านค่ะ
- คอนซัลต์ — ช่างจะเช็กสภาพผมปัจจุบันของคุณ คุยถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ และแนะนำแนวทางที่เหมาะที่สุด ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะการคอนซัลต์ที่ละเอียดจะช่วยให้ผลลัพธ์สีผมออกมาตรงกับที่คุณคาดหวัง
- ผสมสูตรสี — หลังจากคอนซัลต์แล้ว ช่างจะผสมสูตรสีเฉพาะสำหรับเส้นผมของคุณโดยตรง ไม่มีลูกค้าคนไหนได้สูตรเดียวกันค่ะ
- ลงสี — ช่างจะลงสีด้วยเทคนิคที่เหมาะกับบริการนั้น ๆ เช่น ใช้ฟอยล์สำหรับ Highlights, เพนต์มือสำหรับ Balayage หรือทำแบบเต็มขั้นตอนสำหรับ Color Correction และ Grey Blending พร้อมดูเวลาโปรเซสอย่างใกล้ชิด
- ช่วงพัฒนาสี & ทรีตเมนต์ — ระหว่างที่สีทำงาน อาจมีการลงทรีตเมนต์บำรุงเพื่อช่วยปกป้องสุขภาพเส้นผม โดยเฉพาะงานอย่าง Color Correction ขั้นตอนนี้ยิ่งสำคัญมาก
- ล้าง เป่า จัดทรง & แนะนำการดูแล — เมื่อสีได้โทนตามที่ต้องการแล้ว เราจะล้างผม จัดทรง และเก็บลุคให้เรียบร้อย พร้อมแนะนำวิธีดูแลต่อที่บ้าน เพื่อให้สีสวยอยู่นานและสุขภาพผมยังดีระหว่างรอบนัดค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องทำสีผม
จะรู้ได้ยังไงว่าควรเลือกบริการทำสีผมแบบไหน?
วิธีที่ดีที่สุดคือจองคอนซัลต์ก่อนค่ะ ช่างจะเช็กสภาพผมปัจจุบัน ฟังเป้าหมายที่คุณต้องการ แล้วแนะนำเทคนิคที่เหมาะที่สุดให้ หากยังไม่แน่ใจ นำรูปเรฟมาด้วยจะช่วยมาก เพราะสื่อสารลุคที่ต้องการได้ชัดกว่าการอธิบายด้วยคำพูดอย่างเดียว
การทำสีผมทำให้ผมเสียไหม?
การทำสีด้วยเคมีทุกแบบมีผลกับเส้นผมในระดับหนึ่งค่ะ แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเทคนิค ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ และสภาพผมเดิมของคุณ การใช้ผลิตภัณฑ์ระดับโปรร่วมกับการดูแลหลังทำอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสียหายได้มาก เทคนิคอย่าง balayage และ grey blending มักอ่อนโยนกว่า เพราะไม่ได้จำเป็นต้อง Bleach ทั้งศีรษะ
ต้องกลับมาเติมสีบ่อยแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับบริการที่ทำค่ะ Highlights แบบคลาสสิกมักควรรีเฟรชทุก 6 ถึง 10 สัปดาห์ ส่วน Balayage สามารถเว้นได้นานกว่า โดยมากอยู่ที่ 12 ถึง 16 สัปดาห์ เพราะตอนสีขึ้นใหม่ยังดูเนียนสวย สำหรับ Color Correction ระยะเวลาจะต่างกันไปตามความซับซ้อนของเคส ส่วน Grey Blending มักควรรีเฟรชทุก 6 ถึง 8 สัปดาห์เมื่อมีผมหงอกใหม่ขึ้นมา
เปลี่ยนจากผมเข้มเป็นสีบลอนด์ในครั้งเดียวได้ไหม?
ถ้าผมเดิมเข้มมาก การทำให้เป็นบลอนด์มักต้องใช้หลายเซสชันเพื่อรักษาคุณภาพเส้นผมไว้ค่ะ ถ้าฝืนยกระดับสีมากเกินไปในครั้งเดียว อาจเสี่ยงต่อผมเสีย ผมขาด และสีออกมาไม่สม่ำเสมอ ช่างมืออาชีพจะช่วยวางแผนไทม์ไลน์ที่เป็นจริงตามสีผมตั้งต้นและสภาพผมของคุณ
Balayage กับ Highlights ต่างกันยังไง?
Highlights ใช้ฟอยล์เพื่อสร้างช่อสีอ่อนที่มีตำแหน่งสม่ำเสมอและชัดเจน ผลลัพธ์จะดูเป็นทรงและมีคอนทราสต์มากกว่า ส่วน
Balayage เป็นการเพนต์สีด้วยมือโดยไม่ใช้ฟอยล์ จึงได้การไล่สีที่นุ่มและละมุนกว่า
Highlights จะให้ความสว่างชัดกว่า ในขณะที่ balayage จะให้ลุคที่ดูธรรมชาติและ effortless มากกว่าค่ะ
มีบริการคอนซัลต์ก่อนจองคิวเต็มไหม?
มีค่ะ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรทำอะไร สามารถทักมาทาง
LINE เพื่อคุยเรื่องลุคหรือเป้าหมายผมที่ต้องการก่อนได้เลย ก่อนเข้ามาที่ร้าน และถ้ามีรูปเรฟมาด้วยจะช่วยให้คุยกันง่ายขึ้นมาก